master's profile* + polar (T)eddy bear +...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 15

    blogที่ไม่มีชื่อ

    บางครั้งเราอยู่คนเดียว
     
    บางครั้งเราอยู่ด้วยกัน
     
    ก็ไม่เป็นไร...
     
    เราไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
     
    แต่..ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน....
    August 28

    happy birthday to me~*

    happy birthday to me 
    happy birthday to me 
    happy birthday
    happy birthday
    happy birthday to me  
     
    Open-mouthedOpen-mouthedOpen-mouthedOpen-mouthedOpen-mouthedOpen-mouthedOpen-mouthed
    August 09

    RATATOUILLE ( rat-a-too-ee )

     
    RATATOUILLE พ่อครัวตัวจี๊ดหัวใจคับโลก 
    หนังอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของ pixar
    กำกับโดย แบรด เบิร์ด ผู้กำกับ ดิ อินเครดิเบิล
     
    เริ่มแรกเลยนะ ครั้งแรกที่เห็นไอ้โปสเตอร์ไอการ์ตูนเรื่องนี้ ไม่เคยคิดอยากดูเลย
    ออกแนว อี๋ๆๆ หยีๆๆ ด้วยซ้ำ ( ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยว่ามันเป็นของ pixar )
    แบบว่าแนวอคติกะการมีหนูในห้องครัวอ่ะ ทำนองนั้น แหงๆ >_< ( แบบว่า หยะแหยงสัดๆ)
    แถมไอ้ตัวเอก มันช่างทำออกมาเหมือนหนูจี๊ดเสียนี่กระไร
    แบบว่าตัวเทาๆ ขนยาวๆรุงรัง นิ้วเท้า และหางไม่มีขนปกคลุม แหงะ - -" ( จะทำให้เหมือน มิคกี้เม้าส์ก็ไม่ได้)
     
    แต่พอได้ไปดู ถึงจะถึงบางอ้อ ว่า ออ......... การ์ตูนของ pixar เรอะ
    อืมๆๆ โอเค ค่อยน่าสนใจหน่อยนะ (แม้มันจะเป็นหนูจี๊ดก็เถอะ)
     
    ตอนแรกยังไม่นึกไม่ออกว่า หนังจะเดินเรื่องยังไงวะ แล้วหนูจะไปทำครัวในครัวของมนุษย์ได้ไง
    หรือมันจะทำให้กินกันเองในหมู่หนูๆของพวกมันเอง =_=a
     
    แต่หนังแม่ง...ทำออกมาได้อย่างชาญฉลาดกว่าที่จินตนาการไว้มาก!!! (กุมันด้อยจินตนาการ)
    หนังดำเนินเรื่องโดยผ่านตัวเอกทั้งไอที่เป็นมนุษย์และหนูไปพร้อมๆกัน !!!
    คนแต่งนำเอาความแตกต่างกันของทั้ง 2 มาพึ่งพากัน และผูกความสัมพันธ์ได้อย่างลงตัว
    อาจจะมี อุปสรรค ความขัดแย้งบ้าง ให้แก้ปัญหา ก็แหงนิ  ชีวิตมันไม่ง่ายเหมือนไส้กรอกฟุตลองหรอก
     
    เอาเป็นว่า สนุกโคตๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สุดยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สมกะเป็นอะนิเมชั่นของ pixar ครับ
    ดูแล้วมีความสุขมาก ดูแล้วเพลิดเพลิน แฝงแง่คิดไว้หลายอย่างเลยทีเดียว
    เช่นความคิดว่า หนูจี๊ดไม่น่าจะมีอยู่ในครัว แบบที่คิดไว้ตอนแรก มันไม่น่าจะหนุกนะ
    (แต่ความเป็นจริงมันไสมควรมีอยูในครัวมากๆเลยล่ะ)
    แง่คิดที่ได้มาส่วนใหญ่อยู่ท้ายเรื่องอ่ะนะ ฟังยากๆหน่อย แต่มันบรรยายได้ดีมาก
    แต่ชอบข้อความนึงมาก แล้วจะจำไว้เพื่อไปปฏิบัติตาม
     
    "EVERYONE CAN COOK"
     
    ว่าแต่ ไอหนูกะไอคนที่เป็นตัวเอกชื่ออะไรวะ ลืมแล้ว =_=a
     
     
    June 22

    Never give up on you

     
    ชื่อเพลง :  Never Give Up On You
    ศิลปิน   :  โอ้ เสกสรร ปานประทีป ( feat. น้องพลอย)
    อัลบั้ม   :  For The Love In You
     
     
     
    รู้บ้างไหม วันนี้ช่างเงียบเหงา
    ฉันนั่งอยู่ริมหน้าต่าง
    เหม่อมองดูฝนบางๆ ไหลรินเป็นทาง
    ใจฉันล่องลอยไปไกล ถึงใครคนนั้นที่ฝัน
    อยากให้มาอยู่ด้วยกัน จะมีสักวันบ้างไหม
     
    and I miss you and I miss you
    oh you know it's true
    อยากให้รู้ว่าฉันคิดถึงเธอ
     
    and I'm hoping and hoping
    you feel the same way too
    ไม่อยากให้สองเราจางห่างหาย
     
    I'll give you the best of my love
    cause I never felt this before
    I promise you I really do
    I never give up on you
     
    รู้บ้างไหม ทุกวันช่างวุ่นวาย
    พบเจอผู้คนมากมาย
    แต่ใจกลับเหงาไม่หาย มันคิดถึงแต่เพียงเธอ
    เราจะได้เจอกันอีกไหม
     
    and I miss you and I miss you
    อยากให้รู้ว่ามีคนคิดถึง
     
    and I'm hoping and hoping
    ไม่อยากให้สองเราจางห่างหาย
     
    I'll give you the best of my love
    cause I never felt this before
    I promise you I really do
    I never give up on you
     
    คิดถึงกันบ้างไหม (คิดถึงเธอ)
    มองดาวเธอเห็นฉันไหม (เห็นหน้าเธอ)
    ทุกครั้งที่โทรศัพท์ดัง
    เธอแอบหวังว่ามันเป็นฉันหรือไม่ (อยากโทรหา)
    คิดถึงเธอรู้ไหม (คิดถึงเธอ)
    มองดาวเห็นเธอรู้ไหม
    ไม่รู้เมื่อไรได้เจอกัน
     
    I'll give (you my love) you the best of my love
    cause I never felt this before
    I promise you I really do
    I never give up on you
     
    I'll give you the best of my love
    cause I never felt this before
    I promise you I really do
    I never give up on you
     
     
    April 25

    หนุกหนาน 21 วันในไต้หวัน

    จำได้ว่าแรกๆที่สมัครไป trip 21วันเนี่ย ไม่มีอะไรนอกจากความรุ้สึกว่า  ตื่นเต้นว่อยยย จะได้ไปต่างประเทศ
    เกิดมาไม่เคยไปต่างประเทศเลยยย  แต่พอเริ่มปฐมนิเทศน์ เริ่มมีการ add msn น้องๆในตุ้ย
    ความรู้สึกแค่อยากไปต่างประเทศมันก็เปลี่ยนไป  กลายเป็นอยากไปเที่ยวมันส์ๆกะน้องพวกนี้
     
    ไม่รุจะเข้าข้างตุ้ยตัวเองไปไม๊ แต่ตุ้ย 2 แม่งสุดยอดดด จากที่ปฐมนิเทศน์ก็มีการพยายามที่จะรวมห้องคุย msn กันตลอด
    เพื่อเพิ่มความสนิทสนมกัน  แรกๆแม่งไม่ค่อยมีใครยอมคุยห้องรวมหรอก แต่หลังๆนี่ถวิลหาห้องรวมกันเหลือเกิน
    (แม้จะกลับมาจากไต้หวันแล้ว  ห้องรวมนี้ก็งบังเกิดอยู่ทุกวี่วัน)
    ไปอยู่ไต้หวันจากการที่สนิทกันซะเหลือเกิน  เลยถูกมองว่าตุ้ยนิยมซะนี่ (ซะงั้น)
    สนิทกันจากการคุย msn  สนิทจากการซ้อมการแสดงหลายรอบ สนิทจากการไปเที่ยวกัน
    อะไรก็ตามที่มันทำให้เราสนิทกันก่อนไปไต้หวัน  พวกคุณทำดีแล้ว 555+
     
     
     
    วันแรกที่ต้องแต่งชุดสูทไปสนามบินนี่โคตตื่นเต้นอ่ะ ตื่นเต้นที่จะได้ไปสนามบินแห่งใหม่ของไทยด้วย
    ตื่นเต้นที่จะได้ไปไต้หวันแล้วด้วย  ตื่นเต้นที่อาจจะได้รุจักเพื่อนๆต่างตุ้ยด้วย  โว้ว ตื่นเต้นหลายอย่าง
    ตื่นเต้นตั้งแต่เอากระเป๋าขึ้ไปชั่ง นน. แล้วด้วย 555+
    ขึ้นเครื่องไปก็พบความตื่นเต้นระลอกใหม่  ได้นั่งกะตุ้ยอื่นรอบข้างเลย (คุยไม่ออกเลย) U_U"
     
     
     
    ตั้งแต่เหยียบไต้หวันวันแรก จนถึงวันสุดท้ายมีอะไรหลายๆอย่างผ่านเข้ามา เยอะมากจริงๆ
    ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆหลายอย่าง ทั้งดีและไม่ดี
    อากาศแปรปรวนโรคจิตมาก มีทั้งหนาว ฝนตก และแดดร้อน
    กลับมา กรุงเทพเป็นไข้ไปตามๆกัน
     
    ไปที่โน่นพวกเราช๊อปกันมันส์มือมาก ที่เห็นชัดๆคือ ได้รองเท้ามาคนละคู่ 2 คู่บางคนซื้อถึง 3-4 คู่ !!!
    รองเท้าผ้าใบแม่งถูกจริงๆ แห่กันซื้อใหญ่เลย
    เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็ซื้อกันยังกะจะไปถล่มร้านเค้า  แบบว่าซื้อทีนึง ร้านแออัดไปด้วยคนไทย -*-
     
    เรื่องอาหารการกิน แม่งโคตจืด และไม่ทราบว่าการที่เอาไก่จากขั้วโลกมาทำอาหารมันจะทำให้ไก่อร่อยขึ้นเรอะ!!!
    ได้ยินว่า ทางแม่ครัวเค้าพยายามปรับอาหารให้รสจัดขึ้นแล้ว (เรอะ?)
    อาหารเช้าที่โรงแรมบางมื้อถึงกับไม่กินเลยก็มี
    ตอนกินข้าวเค้าให้นั่งรวมอยู่กะตุ้ยอื่น หนุกหนานปาจิงโกะมาก
    ทำให้รู้จักตุ้ยอื่นเยอะขึ้น(จริงๆนะ)
    อาหารข้างทางนี่พวกของทอดอร่อยดีมาก โรยผงพริกปาปริก้าแซ่บถูกใจจริงๆเด้อ
     
     
    อาหารตามร้านต่างๆข้างทางแม่งก็ให้ชามโคตใหญ่ กินแทบไม่หมด และรสชาติก็ยังจืดอยู่ดี
    แถมราคาแม่งแพงมาก ชุดนึง 100 กว่าบาทได้
    แต่จะหาที่กินแต่ละที่ลำบากใจสุดๆ กัวว่าอาหารจะไม่ถูกปาก 
     
     
     
    ในตุ้ยมีการเล่นบั๊ดดี้กัน แต่เล่นตั้ง 3 หนแหน่ะ!! (ด้วยความประสงค์ของน้องบางคน)
    แต่ล่ะคนเทคกันเกือบทำเอาหมดตัวกันไปตามๆกัน เทคกันเยอะมากจริงๆ
    กุจับน้องเทค 3 หนยังกะล๊อคไว้ จับได้แต่น้องน่ารัก 555+
     
    ที่ไต้หวันฮิตการหนีบตุ๊กตาด้วย อยู่ที่เมืองไทยไม่เคยจะหนีบอะ
    แต่ไปไต้หวัน เห็นตู้ตุ๊กตาไม่ได้ วิ่งเข้าไปวิเคราะห์มันแทบทุกตู้
    ตุ้ยเราจับตุ๊กตามาได้เยอะสุดแล้วมั๊ง (ค่อนข้างมั่นใจ)
    ได้ตุ๊กตามาจำนวนนึงแจกคนอื่นไปหมดแล้ว แหะๆ
     
     
     
    ไป 21 วันเนี่ย ไปเที่ยวหลายที่มาก จำได้ไม่หมดแหงๆ ต้องไปลอกพวกที่จดสถานที่ไว้
    รวมๆแล้วชอบว่ะ  ประทับใจมากมายก่ายกอง ทั้งสถานที่และคนที่ไปด้วย
    แบบว่าพอถึงวันที่ 10 กว่า ก้เริ่มบ่นๆกันแล้วว่าไม่อยากกลับกันเลย อยากอยู่ต่อไปอีกซักเดือน
    คงจะดีเนอะ
     
    คิดถึงทุกคนเลยโว่ยย
     
     
     
     
    April 01

    ไปไต้หวันแล้วน๊า

     
    เพื่อนๆทุกทั่น  ผมขอหนีร้อนไปไต้หวัน 21 วันน่อ
    ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขกันนะคร๊าบบบบ ^_^
     
    ขอหายตัวจาก msn ไปซักระยะนะ แล้วจะเอารูปมาฝากเยอะๆ
    March 26

    นับถอยหลังสู่ไต้หวัน

    อีกไม่ถึงสัปดาห์จะได้เดินทางไปไต้หวันแล้ว
    ตื่นเต้นจิงโว่ยยยย จะได้หนีออกนอกประเทศแล้ว
    เกิดมายังไม่เคยออกนอกประเทศเลยนะนี่
     
    ไปไต้หวันทำไมน่ะหรอ มันคือโครงการเยาวชนทัศนศึกษาไต้หวัน 21 วัน
    ไปเป็นตัวแทนของประเทศไทยที่มีฐานะเป็นแขกของรัฐบาลไต้หวันเชียวนะ (ฟังดูหรูหรา)
    ที่ได้ไปเนี่ยเพราะเพือนสนิทคนหนึ่งมีเพื่อนบ้านเป็นนายกสมาคมที่เค้าจัดโครงการนี้
    แล้วเค้าให้หนีบเพื่อนไปได้ 1 ตัว  เลยได้เป็นตัวห้อยเค้าไปด้วยเรยย
     
     
    ช่วงหลังๆนี้ หลังจากไปปฐมนิเทศน์มา ก็ได้พบเพื่อนๆน้องๆใหม่มากมาย (น่ารักกันท๊างน๊าน)
    ไปไต้หวันหนนี้หนุกหนานแหงมๆ รับประกัน เพราะเริ่มหนิดกันมากแล้ว
    จากการซ้อมกิจกรรมมากมาย หลายหน
    น้องๆแต่ละคนก็กวนตีนส์กันดีมาก
    พี่ล่ะดีใจจริงๆ
     
     
    ไม่รู้ว่าก่อนไปไต้หวันจะต้องซ้อมกันอีกกี่หน -*-
     
    โว้ววววว!!! Stop!!! Let's go!!! กุเอียนเพลงนี้เหลือเกิน !!!
     
     
     
    โฉมหน้าส่วนหนึ่งของน้องที่ไปซ้อมเต้น
     
     
    โฉมหน้าตุ้ย 2 ของเรา เย่ 
     
    March 01

    music&lyrics

    music&lyrics
    ท่วงทำนองและคำร้อง
     
     
     
    ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปดูหนังซักเท่าไรเล่ยย
    เพราะยุ่งๆอยู่ตลอดทุกๆวัน
    (ยุ่งกับการเล่นเกมส์กะหาเวลางีบ)
    ต้องไปรีดตั๋วหนังฟรีจากน้องบ้างซะแล้ว...
     
    ช่วงนี้มีหนังน่าดูไม่กี่เรื่องหรอก(โชคดีไป)
    หนังที่เราอยากดูก็เนี่ย  music&lyrics
    อาจเป็นเพราะชื่อเรื่องเกี่ยวกับดนตรี ทำให้เราสนใจได้มากเลยทีเดียว
    เพราะเราก็ค่อนข้างเป็นคนดนตรีคนนึง (อะแฮ่มไม่ได้ไปอยู่ในวงการหรอกนะ)
    หนังนี้แฝงความหมายอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการฟังเพลงหรือการใช้ชีวิตรักนิดนึง
     
    music ท่วงทำนอง
    ตอนเริ่มๆที่ฟังเพลงสิ่งแรกที่เราได้ยินก่อนเลยคือเสียงดนตรี
    ท่วงทำนองตอน intro หรือว่าตอน solo หรือแม้จะเป็น melody ตอนกลางเพลงก็ตาม
    ตอนที่เราฟังเพลงผ่านๆเราก็คงจับได้แต่ทำนองเพลงใช่ไม๊ล่ะ
    ถึงจะได้สังเกตว่า เออ เพลงนี้น่าสนใจนะ เพลงอะไรหว่า อยากฟังอีกรอบจัง
    เพลงมันจะน่าฟังหรือไม่ ท่วงทำนองจะช่วยตัดสินเหมือนกันนะ
     
    มันก็เหมือนกับแรกพบแหล่ะนะ
    ว่ารูปลักษณ์ของเราเนี่ยมันเตะตาคนคนนึงได้มากไม๊
    จะสามารถดึงดูดคนคนนึงให้มาทำความรู้จักกับเราได้แค่ไหน
    แล้วพอรู้จักกันแล้วก็ต้องมาความเข้าใจกันละว่าคนคนนี้เป็นยังไง
     
    Lyrics คำร้องเสียงประสาน
    หลังจากเรารู้ละว่า เออว่ะ ไอ้เพลงนี้มันเพราะนะ
    พอฟังรอบที่ 2 หรือรอบต่อๆไปส่วนใหญ่ก็เริ่มมาจับใจความละว่าเพลงนี้มันตั้งใจจะบอกอะไรเรา
    เพลงนี้มันมีความหมายว่าอะไร ลึกซึ้งเพียงไหน
     
    พอเราเห็นหน้ากันแล้วปิ๊งเนี่ยก็ต้องมาคบหาดูใจแล้วว่าคนๆเนี่ยนิสัยใจคอเป็นยังไง
    มันจะเหมือนกับที่เค้าแสดงตนมาก่อนหน้านี้ไม๊
     
    เพลงเพราะกับเพลงความหมายดีเนี่ย มันต่างกันนะ
    แต่ถ้าเพราะด้วยความหมายดีด้วยเนี่ยสุดยอดเลย
    ก็คล้ายกะคนที่หน้าตาดีด้วย นิสัยดีด้วยแหล่ะ
     
    เพลงเพราะๆความหมายดีหาได้ไม่ยาก
    แต่ไอ้คนหน้าตาดีด้วย นิสัยดีด้วยนี่สิหามาเป็นคู่กะเรายากจัง 555
     
    อ้อ มีเนื้อเพลงจากหนังเรื่องนี้มาฝาก
    เป็นเพลงที่พระเอกกะนางเอกช่วยกันแต่งคำร้องและทำนอง เพราะเชียวน๊า ลองไปหาฟังดูล่ะ
     
    Way Back Into Love
    album: Music&Lyrics
    artist: Hugh Grant & Haley Bennett

    I've been living with a shadow overhead
    I've been sleeping with a cloud above my bed
    I've been lonely for so long
    Trapped in the past, I just can't seem to move on

    I've been hiding all my hopes and dreams away
    Just in case I ever need them again someday
    I've been setting aside time
    To clear a little space in the corners of my mind


    All I wanna do is find a way back into love
    I can't make it through without a way back into love
    Oh oh oh

    I've been watching but the stars refuse to shine
    I've been searching but I just don't see the signs
    I know that it's out there
    There's gotta be something for my soul somewhere

    I've been looking for someone to shed some light
    Not somebody just to get me through the night
    I could use some direction
    And I open to your suggestions

    All I wanna do is find a way back into love
    I can't make it through without a way back into love
    And if I open my heart again
    I guess I'm hoping you'll be there for me in the end

    There are moments when I don't know if it's real
    Or if anybody feels the way I feel
    I need inspiration
    Not just another negotiation

    All I wanna do is find a way back into love
    I can't make it through without a way back into love
    And if I open my heart to you
    I'm hoping you'll show me what to do
    And if you help me to start again
    You know that I'll be there for you in the end

     

    February 19

    ซินเหนียนไคว่เล่อ

    新年快乐
     
    งงอ่ะดิ ว่าไอ้ภาษาจีนข้างบนเนี่ยหมายความว่าอะไร
    กว่าจะไปหาตัวหนังสือจีนมาได้
    แปลเป็นภาษาอังกฤษก็ happy new year น่ะแหล่ะครับ
    เอาเป็นว่า สวัสดีปีใหม่ทุกคนนะคร๊าบบบ
     
    มั่งมีศรีสุข ขอให้ร่ำให้รวยกันทุกโคนน
    สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน
    มีแต่สิ่งดีๆข้าวมาในซีวิก
    คิดอะรายยก็ข้อให้สมปรารถนาน่อออ ฮ่อๆๆ
     
    วันปีใหม่นี้บ้านเราก็ไม่ต่างอะไรไปจากทุกปี
    บ้านเราก็ยังเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอยู่เหมือนกับทุกๆปี
    ไหว้บรรพบุรุษ เชิญอากงอาม่ามาเจียะปึ่ง น๊า อิ่มๆน๊า
    เชิญแล้วระหว่าง อากง อาม่า เหล่ากง เหล่าม่า เจียะปึ่ง
    เราก็เอาเงินไปฝากแบงค์ให้ท่านหน่อย
    เงินที่ว่าเนี่ย เป็นแบงค์ใบละ100ล้านเชียวนะ มีรูปเง๊กเซียนฮ่องเต้ด้วยนะ ฮ่อๆ
    (อยากได้เอาไปใช้กันไม๊ มีอยู่หลาบใบเลย )
    ต้องเผาใบนำทางก่อน (เหมือนกับเขียนใบฝากเงินเนอะ)
    พอฝากเงินให้ท่านๆแล้ว จำนวนเงินก็หลายหมื่นล้านอยู่
    (ไม่รู้ท่านเอาไปใช้อะไรเยอะแยะ หรือค่าครองชีพสูง)
    ก็ตาพวกเราเจียะปึ่งกันบ้าง
     
    กับข้าวในวันนี้เยะเป็นพิเศษกว่าทุกวัน
    กินกันไม่หมด ป๊าม๊าทำมาเยอะมาก
    แล้วยิ่งเด๋วนี้เรากินข้าวได้น้อยลงอีกตะหาก
    เอ...เราว่ากับข้าวที่เตรียมมาไหว้ของแต่ละบ้านก็คงไม่ต่างกันเท่าไรหรอกมั๊ง
     
    ปล.ไม่รู้ว่าอาตี๋ๆหมวยๆทั้งหลายได้กันเยอะไม๊ แต่ผมไม่ได้อั่งเปาแล้วว่อยยยยย
     
     
    February 14

    วันวาเลนไทน์

     
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 2550
     
    วันที่ 14 แน่นอนเป็นวันแห่งความรัก 555 โอเคผ่านเรื่องนี้ไปดีกว่า เราจะไม่พูดถึง
    ตอนแรกไอ้เรากะเพื่อนก็คิดว่าจะทำอะไรกันดีหว่าในวันนี้
    จริงๆผมคิดเล่นๆคนเดียวว่า ไปขายดอกกุหลาบเล่นๆดีกว่า
    ไหนๆเราก็มีอะไรเอื้ออำนวยในการขายอยู่แล้วนี่หว่า (ยกเว้นความสามารถในการค้าขายและการพูด)
     
    พอเริ่มเป็นรูปเป็นร่างว่า ไม่ต้องพิถีพิถันมาก เอาแค่พอขายได้
    เอาดอกกุหลาบ ผูกริบบิ้น ใส่พลาสติก เหน็บการ์ดทำเองซักใบ ขายให้ถูกกว่าท้องตลาด เปิดเพลงคลอ
    แค่นี้ก็น่าจะขายได้แล้วล่ะม๊างงง
     
    เลยลองไปเสนอกะเพื่อน เพื่อนแม่งบ้าจี้ตามด้วยแฮะ ว่า เออๆๆ เอาๆดีเว่ย ขายๆ
    (เอ่อ เพ่ กูว่าจะขายเล่นๆแบบหนุกๆไม่กะร่ำรวยนะ)
    มันก็จัดแจงไล่เฆี่ยนเต็มที่
    "เฮ่ย ไปดูโต๊ะ"
    "เฮ่ย ไปหาอุปกรณ์ "
    "เฮ่ยไปถามแม่มึงด้วยว่าทุนเท่าไร"
    "เฮ่ย มึงต้องคิดนะว่าจะขายเท่าไรถึงจะคุ้ม"
    "เฮ่ยๆๆๆๆๆ"
    โอเช แสดดด เด๋วกูจัดห้ายยยยย
     
    คุณแม่คร๊าบบบบ เอ่อ คือว่าอย่างนู้นอย่างนี้นะ แบบว่ามันเป็นอย่างนั้นมันก็เลยมาเป็นแบบนี้
    สรุปผลออกมาว่า
    "อย่าไปขายเลย ตลาดกุหลาบปีนี้มันซบเซา ขายไปไม่คุ้มทุนหรอก"
    โอเชแผนการพังคร๊าบบบบ
     
    ไอ้เพื่อนตัวดีเลยมีแผนอื่นว่า ไปทำบุญกันเถอะ
    เออ ทำก็ทำวะ เข้าท่า
     
     
     
     
     
    วันนี้เราเลยได้ไปที่นี่กัน
    "ห้องสมุดแถบเสียงสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย"
    ไปทำอะไรน่ะหรอ
    ไปแย่งหนังสือคนตาบอดอ่านไง 555
    (ไม่ใช่เว่ย) -__-
     
    คือพวกผมไปกระทำการที่เรียกว่า "อ่านหนังสือให้คนตาบอด"
    อ๊ะๆ คิดว่าผมจะเข้าไปนั่งข้างๆคนตาบอดและบอกว่า "เอ่อ พี่ครับ เด๋วผมช่วยอ่านให้ฟังนะครับ" ใช่มะ
    ผิดถนัด !!!!
    พวกผมไปอ่านเพื่อบันทึกเสียงลงคอมกัน (ไฮเทคจริงๆ)
    (ได้ความมาว่า แต่ก่อนต้องอัดเสียงลงเทป แต่เดี๋ยวนี้อัดลงคอมฯแล้ว)
     
     
    คือตามที่เห็นเนี่ยจะมี คอมพิวเตอร์ตัวนึง และไมค์ตัวนึงวางบนโต๊ะครับ แน่นอนต้องมีหนังสือที่เราจะอ่านด้วย
    และต้องทำการเรียนรู้โปรแกรมซักระยะ คือไอ้ที่จำเป็นจริงๆเนี่ยคือ ปุ่มบันทึก และปุ่มหยุด
    อีกอันที่จำเป็นคือ คำสั่งตัดต่อเสียงที่บันทึกแล้ว เผื่อที่เราจะตัดไอ้ที่เราอ่านผิดออกไป โดยไม่ต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมด
     
     
     
    ไอ้หนังสือที่พวกผมอ่านนั้น คาดว่าน่าจะเป็น วิทยาศาสตร์กายภาพ
    เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต , ชั้นบรรยากาศของโลก แนวๆนี้แหละ
    บางเรื่องเรายังไม่รู้เลยว่า ออ มันเป็นแบบนี้หรอเนี่ยยย
    (อ่านแล้วก้ได้ความรู้นะเนี่ย)
     
    ใช้เวลาอยู่ที่นี่ไปประมาณ 3-4 ชม. ข้างในเหมือนห้องกาลเวลาจริงๆ
    อ่านหนังสือไปเรื่อยๆไม่รู้เวลาเลย
    ออกมาข้างนอก พวกคนอื่นๆที่เค้ามาอ่านกันก็กลับหมดแล้ว
    เราก็ได้เวลากลับบ้านบ้าง
     
    หากเพื่อนๆสนใจอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟังบ้าง ตามสถานที่นี้เลยครับ
     
    ห้องสมุดแถบเสียงสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    85/1-2 ซอยบุญ อยู่ ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ ฯ 02-248-0555
     
    ไปไม่ยากหรอก แล้วเพื่อนๆจะรู้สึก สบายใจอย่างกระผม
     
    สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขสมหวังกับคนที่คุณรักนะครับ

     
     
    February 03

    Tag ขอรับ(ไม่ใช่ ฮอยเอ้อนะ)

     
    วันก่อนๆ เพิ่งไปอ่าน Tag ของน้องคณะคนนึงอยู่เลย
    ไม่คิดว่าจะต้องมาเขียนอะไรแบบนี้เหมือนกัน
    แต่เพื่อนมันบอกว่าไม่ต้องเขียนก็ได้นี่หว่า
    แต่เอาน่ะ เขียนซักหน่อยเอามันส์ละกัน
     
    1.ชื่อจีน (ลอกมาเลย)
     
    เห็นหน้าฝรั่งๆ หุ่นฝรั่งๆ ชื่อฝรั่งๆแบบนี้
    จริงๆมีชื่อจีนกะเค้าเหมือนกันนะเฟ่ย
    ชื่อจีนของอั๊วะก็คือ
      周  來  喜
         จิว      หล่าย      ฮี่
     
    (ไม่รู้ว่าใส่ถูกป่าวนะ)
     
    ชื่นี้หมายความว่าอะไร  มันแปลเป็นไทยว่า  "มาด้วยความยินดี"
     
    เรื่องที่มาของชื่อเนี่ย ได้ข่าวมาว่า เป็นลูกชายคนโต ของลูกชายคนโต ของอากงน่ะสิ (อะแหน่ะ งงอ่ะเด้)
    คือประมาณว่า พวกพี่ชายของป๊า (เรียกอาแปะ) ลูกคนโตของพวกเค้าเป็นผู้หญิงไง (เก๊ตบ่)
     
    เอาเป็นว่า มาจากการที่เป็นลูกชายคนโตที่สุด ของลูกชายคนโตที่สุดของอากงอ่ะแหล่ะ 
     
     
    2. ตุ๊กตาในห้องนอน
     
    เห็นตัวโตๆหุ่นแมนๆแบบนี้นะ ในห้องนอนมีตุ๊กตาเพียบเลย แบบตุ๊กตาผ้า ตุ๊กตาขนแบบนิ่มๆน่ากอดน่ะ
    (ไม่ใช่พวกตุ๊กตายางนะเฟ่ย)
    อ๊ะๆไม่ใช่แอบแต๋วนะ ไม่ได้ซื้อเองด้วย ไม่ใช่ว่ามีคนมาให้เยอะแยะอีกตะหาก จริงๆแอบตบน้องสาวมา
    เอามาวางเกะกะหัวเตียงเล่นๆน่ะ
     
    อ๊ะๆ ไอ้พวกหุ่นยนต์ โมเดลแบบผู้ชายก็มีน๊า มีเยอะกว่าด้วย แพงกว่าด้วยเอ้อออ!!  T_T
     
     
    3. ตอนเด็กหัวล้าน
     
    เห็นตอนโตผมหนาๆดำขลับแบบนี้ ช่วงเด็กๆ (ซักประมาณ ป.1-ป.2) ผมโคตบางเลย
    เนื่องจากเป็นบ้าอะไรซักอย่างชอบดึงผมตัวเองออก
    (จริงๆแล้วเป็นโรคอะไรซักอย่างที่เส้นผม มันรู้สึกคันๆ เลยพยายามจะดึงออกไปให้หมดหัว)
     
    เคยมีอยู่ช่วงนึงคุณครูมาตรวจผม ใครไม่ได้ตัดจะถูกลงโทษ
    แล้วดันลืมตัดผมไป เลยดึงเส้นผมตัวเองออกใหญ่เลย 555
     
    (โง่สิ้นดี) -_-"
     
    4.เป็นคนขี้อาย (จริงๆนะ)
     
    เคยขี้อายคุยกะผู้หญิงไม่เป็นมาจนถึง ม.4-ม.5 เลยนะ (น่าเชื่อจริงๆ) -_-"
    เหตุเกิดมาจากตอนที่พบกลุ่มตอนสอบเทียบชั้นม. 6 นี่แล่ะ
    มีสาวๆน่ารักหลายคนนะ แต่เขินน่ะ ไม่กล้าคุย
    เลยตั้งใจไว้ว่าจะไม่คุยอะไรกะใคร กรูอยู่นิ่งๆของกรูดีกว่า 
    ว่าแล้วก็ฟุบกะโต๊ะ เพื่อหวังจะนอนฟังคุณครูอธิบาย (อ้อ ตอนนั้นนั่งคนเดียวด้วย)
     
    จนเพื่อนคนนึงที่นั่งข้างหน้า เพศหญิง เอ่ยวจีน่ารักๆชวนคุยมา
    "นี่เธอ คิดจะไม่คุยอะไรกันเลยหรอ"
     
    จากวันนั้นมาผมจึงเข้าใจแล้วว่า ผู้หญิงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด สามารถคุยเล่นกันได้ ^_^
    เลยได้คุยกะผู้หญิงคนอื่นโดยไม่ใช่เพื่อนกันตั้งแต่สมัยเด็กได้แล้ว  เย่
     
    5.ท่านรองฯ
     
    ด้วยความที่ตวสูงใหญ่หรืออะไรซักอย่างก้ไม่ทราบ
    มีเพื่อนๆน้องๆหลายคนให้ความไว้วางใจแต่งตั้งให้เป็นผู้นำกลุ่ม
    แต่คงไว้ใจไม่สุดมั๊ง เลยได้เป็นแค่ท่านรองฯ
     
    (พวกท่านๆคงผิดหวังกันไปเยอะ 555)
     
    ตอนเรียนอยู่สมัยประถม หรือ มัธยม ก็ได้เป็นรองหัวหน้าห้อง หรือรองหัวหน้าหมู่ลูกเสือ
     
    ตอนอยู่วงโยฯ ได้เป็นรองหัวหน้าวงด้วยนะ
     
    พอมาเรียนถาปัตฯ ก็ได้เป็นรองหัวหน้าห้องอีกด้วย
     
    เป็นท่านรองฯ เนี่ยดีนะ ตำแหน่งเหมือนจะใหญ่ แต่เกือบจะไม่ต้องทำอะไรเลย 555  \(^o^)/
     
     
     
    อ่ะจบแระ นึกเรื่องไม่ออกแล้ว
    ส่งTag ต่อเลยละกันตามธรรมเนียม
     
    1.ไอ้ โต้  (วรงค์ฤทธิ์)
    2.ไอ้ ป๊อป (สำเริง)
    3.ยัยเอ็มมี่ (เอมอร)
     
    นึกออกอยู่เท่านี้แหล่ะ เขียนๆเข้านะ จะรออ่าน
     
     
    January 29

    รับปริญญา มสธ

     
    วันอาทิตย์วันนี้ ตื่นแต่เช้าตรู่เลย (ง่วงชะมัด)
     
    แบบว่าวันนี้เป็นวันรับปริญญาใบที่ 2 ของน้องสาวสุดรัก ที่ มสธ
     
    ญาติๆ ก็แห่กันมาที่บ้านด้วย เพื่อที่จะเดินทางไปพร้อมๆหน้ากัน
     
     
    ไปถึง มสธ แล้วเพิ่งรู้ว่าในมหาวิทยาลัยเค้าไม่ให้เอาดอกไม้เข้าด้วยแฮะ
     
    สงสัยว่ากลัวจะซุกซ่อนระเบิดไว้ในช่อดอกไม้หรือของขวัญล่ะม๊าง  
     
    ตลกดีเหมือนกันนะ งานรับปริญญาที่ไม่มีดอกไม้ไว้ถ่ายรูป
     
     
    ข้างในมหาวิทยาลัยผู้คนเยอะแยะมากๆๆๆ อึดอัดชะมัด
     
    แต่บรรยากาศโดยรวมมันต่างๆกับ  ตอนเรารับปริญญา หรือน้องๆรับปริญญาก่อนหน้านี้แฮะ
     
    (รู้สึกว่าคนต่างจังหวัดเยอะมาก)
     
    ขนาดว่าแค่จะถ่ายรูปกับซุ้มต่างๆที่เค้าจัดให้ต้องต่อคิวยาวเลยแฮะ
     
    ใช้เวลารอนานทีเดียวกว่าบัณฑิตจะต้องต่อแถวเข้าห้องประชุม
     
     
     
     
     
     
    บัณฑิตคนนี้ถ่ายรูปเหนื่อยมาก ไม่ค่อยจะยิ้มเลย
     
     
     
     
     
    พอน้องสาวเข้าห้องประชุมไปแล้ว ญาติๆก็กลับบ้าน เหลือแต่เรา กะคุณแม่กะคุณน้า
     
     
    แล้วรออีกซักแวบคุณน้องอีกท่านก็ตามมาสมทบด้วย (ตามมานอนบนเสื่อสมทบ)
     
    นอนรอจน 6 โมงก็ได้เวลาที่บัณฑิตจะออกมาจากห้องประชุม
     
     
    เย!!! ได้เวลากลับบ้านแล้ว
     
     
     
     
     
    January 28

    ออกกำลังกาย

     
    พักหลังๆ มาเนี่ยไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไรเล้ยย 
     
    (ครั้งสุดท้ายที่จำได้ก็วิ่งในสวนลุมน่ะแหล่ะ)
     
    เอ๊ะ หรือว่า กีฬาของออฟฟิศหว่า  เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ  ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายละกัน
     
    เริ่มกลัวว่าเด๋วพลกำลังจะหมดไปก่อนวัยอันควร
     
     
    วันนี้เลยเกิดการรวมพรรคพวกไปตีแบดกัน !!!
     
    นานทีปีหน  ไม่เคยไปกะพวกนี้เหมือนกัน เอาเป็นว่าครั้งแรกเลยน่ะ
     
    แต่ท่าทางจะหนุกกว่าไปตีกะพวก ป๊า ๆ แปะ ๆ สมาคมของป๊าทั้งหลาย
     
     
    นัดกันบ่าย 2   แต่ไปคอร์ทแบดกันบ่าย 3 ดีจริงๆ -*-
     
    แถมคนตั้งเวลานัดเนี่ย เป็นคนบอกว่าจะเลทอีกตะหาก (มันน่านัก)
     
    เอาไม้ไปเผื่อเพื่อนๆ อีก 2 อัน  เอาลูกแบดไป 1 หลอด
     
    จองคอร์ทแบดไว้ 1 ชม.  เล่นกันหนุกหนานดีนักแล
     
     
     
     ขอบคุณเพื่อนๆที่มาร่วมออกกำลังกายกันในวันนี้
     
     
     
     
     
     
    January 13

    กว่าจะบอกรัก

     
    ตั้งแต่ฉันบอกเธอว่ารัก  ใจฉันก็เป็นของเธอ
     
    กว่าจะบอกคำว่ารัก รู้ไหมฉันคิดมาเสมอ
     
    ต้องดูแล้วว่าใคร แม้ดียังไง ก็คงไม่สูงค่าไปกว่าเธอ
     
    ไว้ใจกันเถอะได้ไม๊
    January 10

    ฉันชอบกะต่าย

    เมื่อกี๊นั่ง upload รูปลง space ไป
    เป็นรูปวาดกะต่ายน่ารักๆ หลายอิริยาบท หลายชุดสวมใส่
    ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้อยากวาด
    บางทีก็วาดแค่หน้าบางทีก็วาดทั้งตัว บางทีก็บ้าวาดเป็นเรื่องราวลงกระดาษ
    แถมยังต้องนึกมุขเหตุการณ์วันนั้นๆลงไปด้วยน๊าาแบบว่าวาดไปก็ยิ้มไป
     
    เวลาวาดก็จะรีบๆวาด ลงสีสวยๆ ให้รูปเป็นอารมณ์หนุกหนานๆ
    เผื่อจะได้ผ่อนคลายความรู้สึกในใจได้บ้าง
    โดยที่ไม่ได้มีใครขอให้เราวาดเลยซักแอะ 555
     
    "ผมชอบที่จะวาดรูปกะต่ายครับ"
    January 08

    ความรัก

     
     รู้จักให้อภัย รู้จักลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดระหว่างกัน
     
    รู้จักอดกลั้น อดทน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบระหว่างกัน
     
    เข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วปรับความเข้าใจอยู่เสมอ
     
    ไว้วางใจกัน ต่างต้องรู้จักเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน
     
    รู้จักเสียสละ ไม่ยึดติด ไม่เรียกร้อง และปราศจากเงื่อนไข
    January 06

    ฉันดีใจที่มีเธอ

     
    ฉันดีใจที่มีเธอ
    ศิลปิน : บอยด์ โกสิยพงษ์
     
     
    ในโลกที่มี ความวกวน

    ในโลกที่ทุกคนต้องดิ้นรน

    ที่สับสน ร้อนรนจนใจ นั้นแสนเหนื่อย

    ในโลกที่ความทุกข์ท้อใจ

    ได้เดินผ่านเข้ามาเรื่อยๆ

    จนบางครั้งไม่รู้จะข้ามไปเช่นไร



    แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ

    กลับทำให้ฉันยิ่งคิด ในใจ


    ฉันดีใจทีมีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ

    เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ

    ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะต้องพบ อะไร

    และฉันรู้และฉันอุ่นใจ

    ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ ตรงนี้



    ในอุปสรรค ที่มากมาย

    ในความหวาดหวั่น ที่วุ่นวาย

    และอนาคต ในปัจจุบัน และ อดีต

    ในความเจ็บปวดที่ต้องเจอ

    ที่ไม่เคยคุ้นเลยสักที

    ไม่เคยรู้วันพรุ่งนี้ต้องเจอกับเรื่องใด



    แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ

    กลับทำให้ฉันยิ่งคิด ในใจ
     
     
     
    ฉันดีใจทีมีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ

    เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ

    ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะต้องพบ อะไร

    และฉันรู้และฉันอุ่นใจ

    ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ ตรงนี้
     
     
    ฉันก็รู้ และฉันอุ่นใจ

    ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่กับฉัน



     
    December 16

    คนที่เราอยู่ด้วย

     
    ความทุกข์จะไม่เกิดขึ้น
     
    หากอีกฝ่ายกล้าพูดความจริง
     
    และอีกฝ่ายกล้าพูดความจริง
     
    เมื่อไรที่เราเป็นคนรับได้ทุกเรื่อง
     
    ฟังอย่างมีสติ และเข้าใจด้วยเหตุผล
     
    เราจะได้อะไรอีกมากมาย จากคนที่เราอยู่ด้วย
     
     
     
    จากหนังสือ  life on the rock