master's profile* + polar (T)eddy bear +...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 19

    ซินเหนียนไคว่เล่อ

    新年快乐
     
    งงอ่ะดิ ว่าไอ้ภาษาจีนข้างบนเนี่ยหมายความว่าอะไร
    กว่าจะไปหาตัวหนังสือจีนมาได้
    แปลเป็นภาษาอังกฤษก็ happy new year น่ะแหล่ะครับ
    เอาเป็นว่า สวัสดีปีใหม่ทุกคนนะคร๊าบบบ
     
    มั่งมีศรีสุข ขอให้ร่ำให้รวยกันทุกโคนน
    สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน
    มีแต่สิ่งดีๆข้าวมาในซีวิก
    คิดอะรายยก็ข้อให้สมปรารถนาน่อออ ฮ่อๆๆ
     
    วันปีใหม่นี้บ้านเราก็ไม่ต่างอะไรไปจากทุกปี
    บ้านเราก็ยังเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอยู่เหมือนกับทุกๆปี
    ไหว้บรรพบุรุษ เชิญอากงอาม่ามาเจียะปึ่ง น๊า อิ่มๆน๊า
    เชิญแล้วระหว่าง อากง อาม่า เหล่ากง เหล่าม่า เจียะปึ่ง
    เราก็เอาเงินไปฝากแบงค์ให้ท่านหน่อย
    เงินที่ว่าเนี่ย เป็นแบงค์ใบละ100ล้านเชียวนะ มีรูปเง๊กเซียนฮ่องเต้ด้วยนะ ฮ่อๆ
    (อยากได้เอาไปใช้กันไม๊ มีอยู่หลาบใบเลย )
    ต้องเผาใบนำทางก่อน (เหมือนกับเขียนใบฝากเงินเนอะ)
    พอฝากเงินให้ท่านๆแล้ว จำนวนเงินก็หลายหมื่นล้านอยู่
    (ไม่รู้ท่านเอาไปใช้อะไรเยอะแยะ หรือค่าครองชีพสูง)
    ก็ตาพวกเราเจียะปึ่งกันบ้าง
     
    กับข้าวในวันนี้เยะเป็นพิเศษกว่าทุกวัน
    กินกันไม่หมด ป๊าม๊าทำมาเยอะมาก
    แล้วยิ่งเด๋วนี้เรากินข้าวได้น้อยลงอีกตะหาก
    เอ...เราว่ากับข้าวที่เตรียมมาไหว้ของแต่ละบ้านก็คงไม่ต่างกันเท่าไรหรอกมั๊ง
     
    ปล.ไม่รู้ว่าอาตี๋ๆหมวยๆทั้งหลายได้กันเยอะไม๊ แต่ผมไม่ได้อั่งเปาแล้วว่อยยยยย
     
     
    February 14

    วันวาเลนไทน์

     
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี 2550
     
    วันที่ 14 แน่นอนเป็นวันแห่งความรัก 555 โอเคผ่านเรื่องนี้ไปดีกว่า เราจะไม่พูดถึง
    ตอนแรกไอ้เรากะเพื่อนก็คิดว่าจะทำอะไรกันดีหว่าในวันนี้
    จริงๆผมคิดเล่นๆคนเดียวว่า ไปขายดอกกุหลาบเล่นๆดีกว่า
    ไหนๆเราก็มีอะไรเอื้ออำนวยในการขายอยู่แล้วนี่หว่า (ยกเว้นความสามารถในการค้าขายและการพูด)
     
    พอเริ่มเป็นรูปเป็นร่างว่า ไม่ต้องพิถีพิถันมาก เอาแค่พอขายได้
    เอาดอกกุหลาบ ผูกริบบิ้น ใส่พลาสติก เหน็บการ์ดทำเองซักใบ ขายให้ถูกกว่าท้องตลาด เปิดเพลงคลอ
    แค่นี้ก็น่าจะขายได้แล้วล่ะม๊างงง
     
    เลยลองไปเสนอกะเพื่อน เพื่อนแม่งบ้าจี้ตามด้วยแฮะ ว่า เออๆๆ เอาๆดีเว่ย ขายๆ
    (เอ่อ เพ่ กูว่าจะขายเล่นๆแบบหนุกๆไม่กะร่ำรวยนะ)
    มันก็จัดแจงไล่เฆี่ยนเต็มที่
    "เฮ่ย ไปดูโต๊ะ"
    "เฮ่ย ไปหาอุปกรณ์ "
    "เฮ่ยไปถามแม่มึงด้วยว่าทุนเท่าไร"
    "เฮ่ย มึงต้องคิดนะว่าจะขายเท่าไรถึงจะคุ้ม"
    "เฮ่ยๆๆๆๆๆ"
    โอเช แสดดด เด๋วกูจัดห้ายยยยย
     
    คุณแม่คร๊าบบบบ เอ่อ คือว่าอย่างนู้นอย่างนี้นะ แบบว่ามันเป็นอย่างนั้นมันก็เลยมาเป็นแบบนี้
    สรุปผลออกมาว่า
    "อย่าไปขายเลย ตลาดกุหลาบปีนี้มันซบเซา ขายไปไม่คุ้มทุนหรอก"
    โอเชแผนการพังคร๊าบบบบ
     
    ไอ้เพื่อนตัวดีเลยมีแผนอื่นว่า ไปทำบุญกันเถอะ
    เออ ทำก็ทำวะ เข้าท่า
     
     
     
     
     
    วันนี้เราเลยได้ไปที่นี่กัน
    "ห้องสมุดแถบเสียงสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย"
    ไปทำอะไรน่ะหรอ
    ไปแย่งหนังสือคนตาบอดอ่านไง 555
    (ไม่ใช่เว่ย) -__-
     
    คือพวกผมไปกระทำการที่เรียกว่า "อ่านหนังสือให้คนตาบอด"
    อ๊ะๆ คิดว่าผมจะเข้าไปนั่งข้างๆคนตาบอดและบอกว่า "เอ่อ พี่ครับ เด๋วผมช่วยอ่านให้ฟังนะครับ" ใช่มะ
    ผิดถนัด !!!!
    พวกผมไปอ่านเพื่อบันทึกเสียงลงคอมกัน (ไฮเทคจริงๆ)
    (ได้ความมาว่า แต่ก่อนต้องอัดเสียงลงเทป แต่เดี๋ยวนี้อัดลงคอมฯแล้ว)
     
     
    คือตามที่เห็นเนี่ยจะมี คอมพิวเตอร์ตัวนึง และไมค์ตัวนึงวางบนโต๊ะครับ แน่นอนต้องมีหนังสือที่เราจะอ่านด้วย
    และต้องทำการเรียนรู้โปรแกรมซักระยะ คือไอ้ที่จำเป็นจริงๆเนี่ยคือ ปุ่มบันทึก และปุ่มหยุด
    อีกอันที่จำเป็นคือ คำสั่งตัดต่อเสียงที่บันทึกแล้ว เผื่อที่เราจะตัดไอ้ที่เราอ่านผิดออกไป โดยไม่ต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมด
     
     
     
    ไอ้หนังสือที่พวกผมอ่านนั้น คาดว่าน่าจะเป็น วิทยาศาสตร์กายภาพ
    เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต , ชั้นบรรยากาศของโลก แนวๆนี้แหละ
    บางเรื่องเรายังไม่รู้เลยว่า ออ มันเป็นแบบนี้หรอเนี่ยยย
    (อ่านแล้วก้ได้ความรู้นะเนี่ย)
     
    ใช้เวลาอยู่ที่นี่ไปประมาณ 3-4 ชม. ข้างในเหมือนห้องกาลเวลาจริงๆ
    อ่านหนังสือไปเรื่อยๆไม่รู้เวลาเลย
    ออกมาข้างนอก พวกคนอื่นๆที่เค้ามาอ่านกันก็กลับหมดแล้ว
    เราก็ได้เวลากลับบ้านบ้าง
     
    หากเพื่อนๆสนใจอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟังบ้าง ตามสถานที่นี้เลยครับ
     
    ห้องสมุดแถบเสียงสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
    85/1-2 ซอยบุญ อยู่ ถนนดินแดง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ ฯ 02-248-0555
     
    ไปไม่ยากหรอก แล้วเพื่อนๆจะรู้สึก สบายใจอย่างกระผม
     
    สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขสมหวังกับคนที่คุณรักนะครับ

     
     
    February 03

    Tag ขอรับ(ไม่ใช่ ฮอยเอ้อนะ)

     
    วันก่อนๆ เพิ่งไปอ่าน Tag ของน้องคณะคนนึงอยู่เลย
    ไม่คิดว่าจะต้องมาเขียนอะไรแบบนี้เหมือนกัน
    แต่เพื่อนมันบอกว่าไม่ต้องเขียนก็ได้นี่หว่า
    แต่เอาน่ะ เขียนซักหน่อยเอามันส์ละกัน
     
    1.ชื่อจีน (ลอกมาเลย)
     
    เห็นหน้าฝรั่งๆ หุ่นฝรั่งๆ ชื่อฝรั่งๆแบบนี้
    จริงๆมีชื่อจีนกะเค้าเหมือนกันนะเฟ่ย
    ชื่อจีนของอั๊วะก็คือ
      周  來  喜
         จิว      หล่าย      ฮี่
     
    (ไม่รู้ว่าใส่ถูกป่าวนะ)
     
    ชื่นี้หมายความว่าอะไร  มันแปลเป็นไทยว่า  "มาด้วยความยินดี"
     
    เรื่องที่มาของชื่อเนี่ย ได้ข่าวมาว่า เป็นลูกชายคนโต ของลูกชายคนโต ของอากงน่ะสิ (อะแหน่ะ งงอ่ะเด้)
    คือประมาณว่า พวกพี่ชายของป๊า (เรียกอาแปะ) ลูกคนโตของพวกเค้าเป็นผู้หญิงไง (เก๊ตบ่)
     
    เอาเป็นว่า มาจากการที่เป็นลูกชายคนโตที่สุด ของลูกชายคนโตที่สุดของอากงอ่ะแหล่ะ 
     
     
    2. ตุ๊กตาในห้องนอน
     
    เห็นตัวโตๆหุ่นแมนๆแบบนี้นะ ในห้องนอนมีตุ๊กตาเพียบเลย แบบตุ๊กตาผ้า ตุ๊กตาขนแบบนิ่มๆน่ากอดน่ะ
    (ไม่ใช่พวกตุ๊กตายางนะเฟ่ย)
    อ๊ะๆไม่ใช่แอบแต๋วนะ ไม่ได้ซื้อเองด้วย ไม่ใช่ว่ามีคนมาให้เยอะแยะอีกตะหาก จริงๆแอบตบน้องสาวมา
    เอามาวางเกะกะหัวเตียงเล่นๆน่ะ
     
    อ๊ะๆ ไอ้พวกหุ่นยนต์ โมเดลแบบผู้ชายก็มีน๊า มีเยอะกว่าด้วย แพงกว่าด้วยเอ้อออ!!  T_T
     
     
    3. ตอนเด็กหัวล้าน
     
    เห็นตอนโตผมหนาๆดำขลับแบบนี้ ช่วงเด็กๆ (ซักประมาณ ป.1-ป.2) ผมโคตบางเลย
    เนื่องจากเป็นบ้าอะไรซักอย่างชอบดึงผมตัวเองออก
    (จริงๆแล้วเป็นโรคอะไรซักอย่างที่เส้นผม มันรู้สึกคันๆ เลยพยายามจะดึงออกไปให้หมดหัว)
     
    เคยมีอยู่ช่วงนึงคุณครูมาตรวจผม ใครไม่ได้ตัดจะถูกลงโทษ
    แล้วดันลืมตัดผมไป เลยดึงเส้นผมตัวเองออกใหญ่เลย 555
     
    (โง่สิ้นดี) -_-"
     
    4.เป็นคนขี้อาย (จริงๆนะ)
     
    เคยขี้อายคุยกะผู้หญิงไม่เป็นมาจนถึง ม.4-ม.5 เลยนะ (น่าเชื่อจริงๆ) -_-"
    เหตุเกิดมาจากตอนที่พบกลุ่มตอนสอบเทียบชั้นม. 6 นี่แล่ะ
    มีสาวๆน่ารักหลายคนนะ แต่เขินน่ะ ไม่กล้าคุย
    เลยตั้งใจไว้ว่าจะไม่คุยอะไรกะใคร กรูอยู่นิ่งๆของกรูดีกว่า 
    ว่าแล้วก็ฟุบกะโต๊ะ เพื่อหวังจะนอนฟังคุณครูอธิบาย (อ้อ ตอนนั้นนั่งคนเดียวด้วย)
     
    จนเพื่อนคนนึงที่นั่งข้างหน้า เพศหญิง เอ่ยวจีน่ารักๆชวนคุยมา
    "นี่เธอ คิดจะไม่คุยอะไรกันเลยหรอ"
     
    จากวันนั้นมาผมจึงเข้าใจแล้วว่า ผู้หญิงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด สามารถคุยเล่นกันได้ ^_^
    เลยได้คุยกะผู้หญิงคนอื่นโดยไม่ใช่เพื่อนกันตั้งแต่สมัยเด็กได้แล้ว  เย่
     
    5.ท่านรองฯ
     
    ด้วยความที่ตวสูงใหญ่หรืออะไรซักอย่างก้ไม่ทราบ
    มีเพื่อนๆน้องๆหลายคนให้ความไว้วางใจแต่งตั้งให้เป็นผู้นำกลุ่ม
    แต่คงไว้ใจไม่สุดมั๊ง เลยได้เป็นแค่ท่านรองฯ
     
    (พวกท่านๆคงผิดหวังกันไปเยอะ 555)
     
    ตอนเรียนอยู่สมัยประถม หรือ มัธยม ก็ได้เป็นรองหัวหน้าห้อง หรือรองหัวหน้าหมู่ลูกเสือ
     
    ตอนอยู่วงโยฯ ได้เป็นรองหัวหน้าวงด้วยนะ
     
    พอมาเรียนถาปัตฯ ก็ได้เป็นรองหัวหน้าห้องอีกด้วย
     
    เป็นท่านรองฯ เนี่ยดีนะ ตำแหน่งเหมือนจะใหญ่ แต่เกือบจะไม่ต้องทำอะไรเลย 555  \(^o^)/
     
     
     
    อ่ะจบแระ นึกเรื่องไม่ออกแล้ว
    ส่งTag ต่อเลยละกันตามธรรมเนียม
     
    1.ไอ้ โต้  (วรงค์ฤทธิ์)
    2.ไอ้ ป๊อป (สำเริง)
    3.ยัยเอ็มมี่ (เอมอร)
     
    นึกออกอยู่เท่านี้แหล่ะ เขียนๆเข้านะ จะรออ่าน